5 จำนวนผู้เข้าชม |
ลูกซนตามวัย หรือเข้าข่ายสมาธิสั้น? ทำแบบประเมินสมาธิสั้น (ADHD) เบื้องต้น สำหรับเด็ก 3-6 ปี
"ลูกซนมาก อยู่ไม่นิ่งเลย แบบนี้เข้าข่ายสมาธิสั้นหรือเปล่า?" นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะมีความกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อลูกอยู่ในช่วงวัยอนุบาล (3-6 ปี) ซึ่งเป็นวัยที่มีพลังงานล้นเหลือ ช่างสำรวจ และเริ่มพัฒนารูปแบบการเข้าสังคม
ความท้าทายคือ เส้นแบ่งระหว่าง "ความซนตามวัย" กับ "ภาวะสมาธิสั้น (ADHD - Attention Deficit Hyperactivity Disorder)" นั้นบางมาก การทำความเข้าใจพฤติกรรมและพัฒนาการของลูกจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือและส่งเสริมศักยภาพของเขาได้อย่างตรงจุด
ทำไมช่วงวัย 3-6 ปี จึงสำคัญ?
ช่วงปฐมวัยคือ "นาทีทอง" ของการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ Executive Function (EF) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสติปัญญา อารมณ์ และพฤติกรรม รวมถึงกระบวนการประมวลผลความรู้สึก (Sensory Integration) หากเด็กมีปัญหาในระบบเหล่านี้ อาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น วอกแวกง่าย ทนรอคอยไม่ได้ หรือควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การปรับตัวในโรงเรียน และความมั่นใจในตัวเองของเด็กในระยะยาว
รู้จัก 3 อาการหลักของภาวะสมาธิสั้น (ADHD)
กลุ่มอาการสมาธิสั้น มักแสดงออกใน 3 ลักษณะหลัก ได้แก่
1. การขาดสมาธิ (Inattention) วอกแวกง่าย ไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือการเล่นได้นาน ทำของหายบ่อย หรือดูเหมือนไม่ได้ฟังเวลาพูดด้วย
2. ความซน อยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity) และความหุนหันพลันแล่น (Impulsivity) ยุกยิกตลอดเวลา นิ่งไม่ได้ ชอบวิ่งหรือปีนป่ายในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม เหมือนมีมอเตอร์ขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา ขาดความยับยั้งชั่งใจ พูดโพล่ง รอคอยไม่ได้ มักขัดจังหวะผู้อื่น และมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์เมื่อไม่ได้ดั่งใจ
3. แบบผสม (Combination) ระหว่าง การขาดสมาธิ ความซน อยู่ไม่นิ่ง และความหุนหันพลันแล่น
แบบประเมินคัดกรองเบื้องต้นนี้ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานได้อย่างมีหลักการ Growing Smart Clinic ได้จัดทำแบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงภาวะสมาธิสั้นเบื้องต้นขึ้น โดยอ้างอิงโครงสร้างจากคู่มือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) และแบบประเมินพฤติกรรมมาตรฐาน (Conners 4th)
ใช้เวลาทำเพียง: 3-5 นาที (รวม 30 คำถาม)
เกณฑ์การประเมิน : สังเกตจากพฤติกรรมของเด็กในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
การรับผล : ระบบจะคำนวณคะแนนและส่งคำแนะนำเบื้องต้นให้ทราบทันทีผ่าน Email ที่ลงทะเบียนไว้
แบบประเมินนี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้
หากผลประเมินออกมาว่า "มีความเสี่ยง" ควรทำอย่างไร?
หากคะแนนของบุตรหลานอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง หรือคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจว่าพฤติกรรมของน้องเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะนี้สามารถจัดการและพัฒนาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการกระตุ้นอย่างถูกวิธีและทันท่วงที แนวทางเบื้องต้นคือการปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านให้มีโครงสร้างกิจวัตรที่ชัดเจน ลดการใช้หน้าจอ และการพาบุตรหลานเข้ารับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักกิจกรรมบำบัด และนักจิตวิทยา
Growing Smart Clinic เรายินดีให้คำปรึกษา เรามีโปรแกรมการประเมินและการออกแบบกิจกรรมบำบัดแบบเฉพาะบุคคลที่ครอบคลุมทั้งด้านพัฒนาการ ทักษะ EF และ Sensory Integration เพื่อดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของลูก
หากคุณพ่อ คุณแม่กังวลว่าลูกกำลังมีปัญหาความเข้าข่ายออทิสติก พัฒนาการล่าช้า พูดช้า สมาธิสั้น ปรับตัวช้า ปรับตัวยาก จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหรือส่งผลกระทบต่อการเรียน สามารถปรึกษา Growing Smart Clinic โทร. 083-806-1418 หรือ
เพื่อรับคำแนะนำ นัดหมายประเมินพัฒนาการ และสามารถเริ่มต้นการฝึกกระตุ้นและส่งเสริม แก้ไขปัญหาพัฒนาการ เพื่อให้เด็กๆ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขทั้งที่บ้าน และโรงเรียน ในสังคมภายนอกค่ะ
ครูอาโป ชญานันทน์ วชิรางกูร
นักกิจกรรมบำบัด
หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจาก GROWING SMART CLINIC